นโยบาย ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

1. ปกป้อง เทิดทูน และพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันพระมหากษัตริย์

  • รณรงค์ เทิดทูน เสริมสร้างความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณให้คนในชาติมีความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
  • เฝ้าระวัง ตรวจสอบ ดำเนินการเกี่ยวกับการกระทำความผิดในการละเมิดสถาบันทุกด้าน และดำเนินคดีโดยเด็ดขาด
  • พัฒนากลไกการถวายความปลอดภัยของสถาบันพระมหากษัตริย์ให้มีมาตรฐานและมีประสิทธิภาพสูงสุด
  • กำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันการนำเสนอข้อมูลข่าวสารผ่านช่องทางต่างๆ โดยเฉพาะสื่อสังคมออนไลน์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่มีลักษณะเนื้อหาไม่เหมาะสม และส่งผลกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์
  • ส่งเสริมและสนับสนุนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ

2. รักษาความมั่นคงของชาติและแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้

  • เร่งรัดติดตามจับกุมดำเนินคดีผู้กระทำความผิดต่อสถาบัน ความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ตลอดจนความผิดที่เกี่ยวเนื่อง รวมทั้งการสืบสวนขยายผลกลุ่มเครือข่ายในคดีความผิดที่มีการใช้อาวุธปืนสงครามและวัตถุระเบิดอย่างเฉียบขาดและจริงจัง
  • เพิ่มประสิทธิภาพการบริหารสถานการณ์ในภาวะวิกฤติ การรักษาความสงบเรียบร้อย การชุมนุมเรียกร้องหรือต่อต้านการบริหารงานของรัฐบาลและ คสช.โดยผลักดันให้มีกฎหมายเกี่ยวกับการชุมชุมในที่สาธารณะเพื่อลดผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของบุคคลอื่น
  • รณรงค์เสริมสร้างความปรองดองสมานฉันท์ร่วมกับศูนย์ปรองดองสมานฉันท์เพื่อการปฏิรูปให้เกิดขึ้นทั่วทุกพื้นที่ และส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์ที่ดีต่อประเทศเพื่อนบ้านทุกระดับ เพื่อสร้างพันธมิตรในการป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง
  • เร่งนำสันติสุขและความปลอดภัยกลับมาสู่พื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยน้อมนำกระแสพระราชดำรัส เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา เป็นหลักปฏิบัติ โดยส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ขยายกลุ่มพันธมิตรอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งให้ผู้นำทางศาสนา ผู้นำท้องถิ่นเข้ามามีส่วนร่วมในการแก้ปัญหา
  • ควบคุมสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ให้กระทบต่อการดำรงชีวิตตามปกติของประชาชนน้อยที่สุด

3. ป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤกติมิชอบในทุกระดับ

  • กำหนดมาตรการ แนวทางป้องกันและแก้ไขปัญหาการทุจริตประพฤติมิชอบในทุกหน่วยงาน โดยมุ่งเน้นการสร้างธรรมาภิบาลการบริหารงานที่โปร่งใสและสามารถตรวจสอบได้
  • ปลูกฝังค่านิยมให้แก่ข้าราชการตำรวจทุกระดับ ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะผู้บังคับบัญชาจักต้องเป็นต้นแบบในการประพฤติ ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสื่อสัตย์สุจริต
  • ให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับติดตามเอาใจใส่ไม่ให้ผู้ใต้บังคัญชาทุจริตประพฤติมิชอบ โดยสังเกตการณ์ ขจัดเหตุที่อาจก่อให้เกิดการกระทำความผิด ซึ่งอยู่ในวิสัยที่จะดำเนินการป้องกันตามสมควรแก่กรณีและต้องกวดขัน ควบคุม กำกับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ใต้บังคับบัญชาให้เป็นไปตามกฎหมายและระเบียบของทางราชการอย่างถูกต้อง มีประสิทธิภาพเป็นผลดีต่อทางราชการ
  • แต่งตั้งคณะกรรมการควบคุมความประพฤติและวินัยข้าราชการตำรวจทั้งในระดับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กองบัญชาการ กองบังคับการและกองกำกับการ เพื่อให้ทำหน้าที่ในการตรวจสอบ ติดตามผู้ใต้บังคับบัญชาในหน่วยงานตามลำดับชั้น
  • ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่แสวงหาผลประโยชน์โดยมิชอบจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

4. ป้องกันปราบปรามและแก้ไขปัญหายาเสพติด

  • ดำเนินการปราบปราม จับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า ผู้ลำเลียงยาเสพติดในทุกระดับอย่างจริงจัง โดยเน้นการสกัดกั้นที่จุดเสี่ยงและจุดผ่านตามแนวชายแดน
  • เพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้น ป้องกันไม่เข้าสู่พื้นที่ชั้นใน รวมทั้งการสืบสวนปราบปรามเครือข่ายผู้ค้ายาเสพติดทั้งในและต่างประเทศ ตลอดจนยกระดับมาตรฐานด้าการข่าวในการเชื่อมโยงข้อมูลเครือข่ายยาเสพติดต่างประเทศกับกลุ่มผู้ค้าภายในประเทศ
  • เร่งรัดดำเนินมาตรการยึดทรัพย์ มาตรการสมคบและการฟอกเงินของผู้ที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติดตามกฎหมาย โดยเร็วและเป็นธรรม เพื่อทำลายสถานภาพทางเศรษฐกิจของผู้ผลิต ผู้ค้าและผู้ที่เกี่ยวข้อง
  • แสวงหาความร่วมมือกับหน่วยที่เกี่ยวข้องในการป้องกัน แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน โรงเรียนและสถานประกอบการต่างๆ และกำหนดมาตรการในการป้องกันกลุ่มเสี่ยงและพื้นที่เสี่ยง โดยการจัดระเบียบสังคมตามอำนาจหน้าที่และเข้มงวดกวดขันอบายมุขในพื้นที่อย่างจริงจัง ไม่ให้เป็นแหล่งมั่วสุม และแพร่ระบาดของยาเสพติด
  • เร่งรัด สืบสวนติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับยาเสพติดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย และประชาสัมพันธ์ให้ผู้เสพและผู้ติดยาเสพติดรายงานตัวเข้ารับการบำบัดโดยสมัครใจ เพื่อลดความต้องการยาเสพติดในพื้นที่ลง พร้อมทั้งมีกลไกติดตามช่วยเหลืออย่างเป็นระบบ
  • ควบคุม ดูแลความประพฤติของเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับชั้น และป้องกันไม่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่เพื่อให้ความช่วยเหลือต่อขบวนการค้ายาเสพติด หรือเป็นผู้กระทำผิดเสียเอง

5. พิทักษ์รับใช้ให้บริการประชาชนในทุกมิติ ทั้งการรักษาความสงบเรียบร้อย ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และการอำนวยความยุติธรรมเพื่อให้ตำรวจเป็นที่พึ่งพาของประชาชนได้อย่างแท้จริง

  • ระดมสรรพกำลังให้สถานีตำรวจเพิ่มมาตรฐานการฏิบัติงาน โดยเฉพาะการบริการรับใช้ประชาชนให้ได้รับความสะดวก รวดเร็ว โปร่งใส เป็นธรรม ตามหลักธรรมาภิบาล ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าตำรวจเป็นมิตร มีความพึงพอใจ รักและศรัทธาตำรวจ
  • ยกระดับมาตรฐานการรักษาความสงบเรียบร้อยและการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในชีวิต ร่างกายและทรัพย์สินของประชาชน ตลอดจนการปราบปรามการกระทำความผิดอาชญากรรมเฉพาะทาง เช่น การโจรกรรมรถยนต์ รถจักรยานยนต์ การค้ามนุษย์ คดีความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจัง โดยการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาปรับระยุต์ใช้ในการปฏิบัติงาน เช่น กล้องวงจรปิดหรือ CCTV ระบบบอกตำแหน่งพิกัดหรือ GPS กล้องติดรถยนต์สายตรวจ เป็นต้น
  • บังคับการใช้กฎหมายและอำนวยความยุติธรรมทางคดีอาญาด้วยความเสมอภาค เป็นกลาง ไม่เลือกปฏิบัติ
  • พนักงานสอบสวน ต้องทำสำนวนโดยยึดหลักนิติรัฐและนิติธรรม สร้างความเชื่อมั่นศรัทธาในกระบวนการสอบสวน ดำเนินคดีอาญาโดยกำหนดมาตรฐานการสอบสวนให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนและหน่วยงานต่างๆ
  • เพิ่มประสิทธิภาพระบบงานสายตรวจให้มีความพร้อมในการระงับเหตุ และเพิ่มความถี่การตรวจเขตพื้นที่รับผิดชอบทำให้ประชาชนรู้สึกปลอดภัย ทั้งนี้ต้องพัฒนาระบบศูนย์รับแจ้งเหตุให้มีประสิทธิภาพสูงสุด รับแจ้งเหตุได้ตลอด ๒๔ ชั่วโมง และแจ้งต่อสายตรวจที่อยู่ในพื้นที่รับผิดชอบให้ไปถึงที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็วที่สุด
  • สถานีตำรวจต้องปรับปรุงภูมิทัศน์และที่พักสายตรวจหรือหน่วยบริการประชาชนหรือป้อมตำรวจให้มีคุณลักษณะที่เอื้อต่อการให้บริการประชาชนแบบเบ็ดเสร็จจุดเดียว หรือ One Stop Service
  • ส่งเสริมหรือสนับสนุนให้ประชาชน เครือข่ายภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทางอาญา การรักษาความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของประชาชน เพื่อให้มีความเหมาะสมของแต่ละท้องถิ่นและชุมชน โดยสถานีตำรวจต้องพร้อมรับความคิดเห็นและสนองตอบต่อความต้องการของประชาชนในพื้นที่

6. อำนวยการจัดการจราจรอย่างเป็นระบบ ทันสมัย ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

  • บริหารจัดการจราจรอย่างเป็นระบบให้ครอบคลุมทุกโครงข่ายจราจรและบังคับใช้กฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ต่อเนื่องและเท่าเทียมกัน
  • ดำเนินการศึกษา วิเคราะห์ วางแผนในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางการจราจรในพื้นที่อย่างเป็นระบบ
  • ยกระดับมาตรฐานการจัดการจราจร โดยการนำเทคโนโลยีสมันใหม่มาประยุกต์ใช้ เช่น กล้องตรวจจับการฝ่าฝืนสัญญาณไฟหรือสัญญาณจราจรต่างๆ รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพระบบใบสั่งจราจรออนไลน์เพื่อให้เกิดความคล่องตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน
  • ปลุกจิตสำนึกให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสื่อสัตย์ สุจริต สุภาพและยิ้มแย้มแจ่มใส แต่ยังคงบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่เรียกรับผลประโยชน์ใดๆ
  • ประชาสัมพันธ์ รณรงค์ให้ประชาชนปฏิบัติตามกฏจราจร เมื่อกระทำผิดต้องยอมรับการดำเนินคดีตามขั้นตอนของกฎหมาย ไม่เสนอสินบนให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร เพื่อให้เจ้าที่ตำรวจจราจรละเว้นการดำเนินคดี

7. บริหารจัดการให้ตำรวจดำรงชีพได้อย่างมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีและเป็นที่รักของประชาชน

  • ยกระดับสวัสดิการด้านความเป็นอยู่ของข้าราชการตำรวจให้อยู่ดีมีสุขแบบพอเพียง ตลอดจนสร้างที่พักอาศัยให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัวอย่างเพียงพอ เหมาะสม ตามแนวทางอยู่พอดี มีพอใช้ ใจเป็นสุข
  • จัดหาอุปกรณ์ อาวุธยุทโธปกร ยานพาหนะ เครื่องมือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการปฏิบัติงานของข้าราชการตำรวจให้เพียงพอและเหมาะสมกับจำนวนกำลังพลตามสัดส่วนความหนาแน่นของประชากรและสภาพปัญหาอาชญากรรม
  • บริหารงานกำลังพล ทั้งการแต่งตั้ง โยกย้าย เลื่อนเงินเดือน การปูนบำเหน็จความชอบ ตลอดจนการลงโทษทางวินัย โดยยึดหลักคุณธรรม โปร่งใส สร้างหลักเกณฑ์เป็นที่ยอมรับของข้าราชการตำรวจทุกระดับ
  • ส่งเสริม แนะนำ ฝึกอบรม ให้ความรู้ทักษะทางด้านวิชาชีพและการดำรงชีวิตเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมให้แก่ข้าราชการตำรวจก่อนเกษียณอายุราชการ
  • ส่งเสริมภาพลักษณ์กระบวนงาน มาตรการในการดำนินงานบริการรับใช้ประชาชนและผลการปฏิบัติงานให้ประชาชนได้รับรู้ตามช่องทางสื่อต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเสริมสร้างความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อองค์กรตำรวจ

8. เตรียมความพร้อมสูงสุดเพื่อเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน

  • เร่งรัด ติดตามการปฏิบัติของทุกหน่วยงานภายในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และประสานการปฏิบัติกับหน่วยงานภายนอก เพื่อให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
  • พัฒนาหน่วย ฝึกอบรมต่างๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้มีความพร้อม มีมาตรฐาน มีขีดความสามารถรองรับการฝึกอบรมตำรวจให้มีความเชี่ยวชาญสามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล
  • ส่งเสริมให้ข้าราชการตำรวจทุกระดับมีความรู้ ทักษะ โดยเฉพาะภาษาอังกฤษซึ่งเป็นภาษาสากลในการสื่อสาร รวมทั้งภาษาของประเทศในกลุ่มประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน
  • ปรับปรุงสถานีตำรวจที่รับผิดชอบเส้นทางหลวงแผ่นดินซึ่งเชื่อมโยงเครือข่ายประเทศอาเซียน หรือ Asian Highway Road ให้มีความพร้อมในการให้บริการแก่ประชากรอาเซียน
  • เตรียมความพร้อมการบังคับใช้กฎหมาย การแก้ไขปรับปรุงกฎหมายระหว่างประเทศอาเซียน เพื่อทำความตกลงในการปฏิบัติร่วมกันของเจ้าหน้าที่ตำรวจ รวมทั้งประชาชนของทุกประเทศสมาชิก